
การเปลี่ยนลุคให้รถจักรยานยนต์คันโปรดกลับมาสวยเงางามเหมือนใหม่ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป เพราะคุณสามารถทำสีพ่นรถมอไซค์ได้ด้วยตัวเองที่บ้านโดยใช้สีสเปรย์คุณภาพสูง ขั้นตอนการทำเริ่มต้นจากการถอดชิ้นส่วน ล้างทำความสะอาด ขัดลอกสีเดิมออกเพื่อเตรียมพื้นผิวให้เรียบเนียน จากนั้นจึงพ่นน้ำยารองพื้นพลาสติก พ่นสีรองพื้นปรับสภาพผิว พ่นสีจริงทับหน้าเป็นชั้นบางๆ 2-3 รอบ และปิดท้ายด้วยการพ่นเคลือบเงาใสเพื่อปกป้องพื้นผิวจากแสงแดดและรอยขีดข่วน การทำตามเทคนิคที่ถูกต้องและใจเย็นในทุกขั้นตอนจะช่วยให้คุณได้ผลงานที่เนียนสวย สียึดเกาะแน่น ไม่ลอกล่อน และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้หลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับการส่งเข้าอู่ทำสี
เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนลงมือทำสีพ่นรถมอไซค์
ความสำเร็จของการทำสีรถให้ออกมาเรียบเนียน สวยงาม และทนทานนั้น ขึ้นอยู่กับการเตรียมอุปกรณ์ที่ถูกต้องและมีคุณภาพเป็นสำคัญ อุปกรณ์หลักๆ ที่คุณต้องจัดเตรียมมีดังนี้
- กระดาษทรายน้ำ:ควรเตรียมไว้หลายเบอร์เพื่อใช้ในขั้นตอนที่แตกต่างกัน เช่น เบอร์ 320 หรือ 400 สำหรับขัดลอกสีเดิมและเคลือบเงาเก่าออก และเบอร์ 800 ถึง 1000 สำหรับขัดแต่งผิวสีรองพื้นให้เรียบเนียนก่อนพ่นสีจริง
- น้ำยารองพื้นพลาสติก:สำคัญมากสำหรับชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกหรือไฟเบอร์ เพราะจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะระหว่างเนื้อพลาสติกกับสีชั้นถัดไป ไม่ให้สีลอกล่อนเป็นแผ่นในอนาคต
- สีสเปรย์รองพื้น:ช่วยปรับสภาพพื้นผิวให้เรียบเนียน กลบฟองอากาศหรือรอยขีดข่วนเล็กๆ และช่วยให้สีจริงแสดงเฉดสีได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
- สีสเปรย์เฉดสีจริง:เลือกเฉดสีที่ต้องการ โดยควรเลือกแบรนด์ที่มีเนื้อสีแน่น หัวฉีดกระจายตัวได้ดี
- สีสเปรย์เคลือบเงา (Clear Coat):มีทั้งแบบเงาฉ่ำและแบบด้าน ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อสีจากรังสี UV สารเคมี และรอยขีดข่วน
- อุปกรณ์ป้องกันและทำความสะอาด:หน้ากากกันสารเคมี แว่นตานิรภัย ถุงมือผ้าหรือถุงมือยาง ผ้าไมโครไฟเบอร์ และน้ำยาล้างจานหรือแชมพูล้างรถที่ไม่มีส่วนผสมของแว็กซ์
ขั้นตอนวิธีพ่นสีรถมอไซค์ด้วยสีสเปรย์อย่างละเอียด
เพื่อให้ผลงานอกมาสวยเนียนราวกับหลุดมาจากโรงงาน ควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบและไม่ใจร้อนในแต่ละขั้นตอน
1. การถอดแยกชิ้นส่วนและทำความสะอาด
เริ่มต้นด้วยการถอดชิ้นส่วนชุดสีหรือแฟริ่งที่ต้องการพ่นสีแยกออกจากตัวรถอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้ละอองสีไปโดนชิ้นส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง จากนั้นนำไปล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาซักล้างเพื่อขจัดคราบน้ำมัน คราบแว็กซ์เคลือบเงา และสิ่งสกปรกออกให้หมดจด เพราะคราบไขมันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สีไม่เกาะผิวชิ้นงาน
2. การขัดเตรียมพื้นผิว (ขัดแห้งหรือขัดน้ำ)
ใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ 400 ชุบน้ำให้ชุ่ม แล้วลงมือขัดผิวชิ้นงานให้ทั่ว เป้าหมายคือการทำลายความเงาของแลกเกอร์เดิมออกให้หมด เพื่อให้พื้นผิวมีความสากเล็กน้อยซึ่งจะช่วยให้สีใหม่ยึดเกาะได้ดียิ่งขึ้น หากชิ้นงานมีรอยลึกให้ขัดจนรอยนั้นเรียบเนียน หรือหากลึกมากอาจต้องใช้สีโป๊วพลาสติกช่วยอุดรอยก่อน เมื่อขัดเสร็จแล้วให้ล้างน้ำสะอาด เช็ดให้แห้งด้วยผ้าที่ไม่มีขน และตากแดดให้แห้งสนิท
3. การพ่นน้ำยารองพื้นพลาสติกและสีรองพื้น
นำชิ้นงานไปจัดวางในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีลมแรงที่จะพัดพาฝุ่นละอองมาเกาะ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดโดยตรง เริ่มต้นด้วยการพ่นน้ำยารองพื้นพลาสติกบางๆ 1 รอบ ทิ้งให้แห้งประมาณ 10 นาที จากนั้นพ่นสีสเปรย์รองพื้นปรับสภาพผิว (เช่น สีรองพื้นเทา) โดยเว้นระยะห่างจากชิ้นงานประมาณ 20-30 เซนติเมตร พ่นผ่านไปมาอย่างสม่ำเสมอ ห้ามจี้หัวฉีดอยู่กับที่ พ่นประมาณ 2 รอบ โดยเว้นระยะเวลาให้สีแห้งหมาดในแต่ละรอบประมาณ 15-20 นาที
4. ขัดแต่งสีรองพื้นเพื่อความเนียนละเอียด
หลังจากสีรองพื้นแห้งสนิทดีแล้ว (ประมาณ 1-2 ชั่วโมง) หากพบว่ามีละอองสีหรือฝุ่นเม็ดเล็กๆ เกาะอยู่ ให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 1000 ชุบน้ำลูบเบาๆ เพื่อปรับผิวให้เรียบเนียนเนียนมือที่สุด จากนั้นเช็ดทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งอีกครั้ง
5. ขั้นตอนการพ่นสีจริง
เขย่ากระป๋องสีสเปรย์สีจริงให้เนื้อสีเข้ากันดีประมาณ 1-2 นาที พ่นสีจริงชั้นแรกบางๆ เพื่อเป็นชั้นโปรยหรือชั้นประสาน (ห้ามพ่นหนาในรอบแรกเพราะสีจะเยิ้ม) ทิ้งให้แห้ง 15 นาที แล้วจึงพ่นรอบที่ 2 และรอบที่ 3 เพื่อให้สีเนียนสม่ำเสมอและกลบสีรองพื้นได้มิด ในแต่ละรอบต้องใจเย็นและทิ้งระยะเวลาให้สีเซ็ตตัว
6. การพ่นเคลือบเงาเพื่อความทนทาน
หลังจากพ่นสีจริงรอบสุดท้ายทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที (ไม่ควรทิ้งไว้นานข้ามวันเพราะสีจะแห้งสนิทจนแลกเกอร์ไม่เกาะ) ให้เริ่มพ่นสีสเปรย์เคลือบเงาใส โดยพ่นรอบแรกบางๆ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วพ่นรอบที่ 2 โดยขยับมือให้ช้าลงเล็กน้อยเพื่อให้แลกเกอร์เรียงตัวสม่ำเสมอ เกิดความเงางามฉ่ำวาว จากนั้นนำชิ้นงานไปตากในที่ร่มที่มีลมโกรก ทิ้งไว้ลืมอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงเพื่อให้สีและแลกเกอร์เซ็ตตัวแข็งแรงเต็มที่ก่อนนำไปประกอบกลับเข้าตัวรถ
เทคนิคระดับมือโปร พ่นสีรถอย่างไรไม่ให้สีเยิ้ม เป็นคลื่น หรือลอกล่อน
- ระยะห่างสม่ำเสมอ:การพ่นใกล้เกินไปจะทำให้เนื้อสีรวมตัวกันเป็นก้อนและเยิ้มไหล ย้อยเป็นหยดน้ำ แต่หากพ่นห่างเกินไป ละอองสีจะแห้งกลางอากาศก่อนตกถึงชิ้นงาน ทำให้ผิวงานมีลักษณะสากเป็นเม็ดทราย
- สภาพอากาศมีผลอย่างมาก:ควรเลือกทำสีในวันที่แดดจัด อากาศแห้ง และมีความชื้นต่ำ หลีกเลี่ยงการพ่นสีในวันฝนตกหรือช่วงเย็นที่ความชื้นในอากาศสูง เพราะความชื้นจะเข้าไปแทรกตัวในชั้นสี ทำให้สีเกิดอาการฝ้าขาวหรือผิวส้ม ไม่เงางามเท่าที่ควร
- คว่ำกระป๋องพ่นล้างหัวฉีด:ทุกครั้งที่พ่นสีแต่ละรอบเสร็จ ให้คว่ำกระป๋องสเปรย์ลงแล้วกดหัวฉีดค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที เพื่อให้แรงดันขับเนื้อสีที่ค้างอยู่ในหลอดและหัวฉีดออกมาจนหมด ป้องกันหัวฉีดอุดตันในการใช้งานครั้งต่อไป
เลือกสีสเปรย์คุณภาพดี ช่วยลดปัญหาสีเยิ้มและได้ผลงานสวยกว่า
นอกจากเทคนิคการพ่นที่ถูกต้องแล้ว การเลือกสีสเปรย์คุณภาพดียังช่วยลดปัญหาสีเยิ้ม สีไม่สม่ำเสมอ และสีลอกล่อนได้อีกด้วย สำหรับงานพ่นซ่อมรถยนต์หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่าง
Nippon Paint Pylac 1000เป็นสีสเปรย์ที่ให้ฟิล์มสีเรียบเนียน แห้งเร็ว ยึดเกาะดี และมีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย ช่วยให้งานพ่นสีออกมาสวยงามและใกล้เคียงงานมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการพ่นสีรถมอไซค์ด้วยตัวเอง
จำเป็นต้องขัดสีเก่าออกจนถึงเนื้อพลาสติกเดิมเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องขัดออกจนหมด เว้นแต่สีเดิมจะแตกหลุดร่อนเป็นแผ่น หากสีเดิมยังยึดเกาะดีอยู่ เพียงแค่ใช้กระดาษทรายขัดเพื่อลบความเงาของแลกเกอร์เก่าออก ให้ผิวมีความสากเพื่อให้สีใหม่ยึดเกาะได้ก็เพียงพอแล้ว
ถ้าสีพ่นรถมอไซค์เกิดรอยเยิ้มระหว่างพ่น ควรแก้ไขอย่างไร?
หากพบว่าสีเยิ้ม ห้ามนำผ้าหรือนิ้วไปเช็ดเด็ดขาด ให้ปล่อยให้สีรอบนั้นแห้งสนิทเสียก่อน (อาจทิ้งไว้ข้ามคืน) จากนั้นใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์สลบ ขัดบริเวณที่เยิ้มให้เรียบเนียนเสมอกับผิวส่วนอื่น ล้างทำความสะอาด เป่าให้แห้ง แล้วจึงเริ่มพ่นสีทับใหม่อีกครั้ง
หลังจากพ่นสีเสร็จแล้ว นำรถไปล้างหรือเคลือบสีได้ทันทีเลยไหม?
แม้ว่าสีจะดูแห้งสัมผัสได้หลังจากพ่นเสร็จไม่กี่ชั่วโมง แต่กระบวนการเคมีภายในเนื้อสียังต้องใช้เวลาในการบ่มตัวให้แข็งแกร่งเต็มที่ แนะนำให้งดการล้างรถด้วยแชมพูแรงๆ หรือการลงแว็กซ์เคลือบเงาประเภทขัดเคลือบอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นสียุบตัวหรือเกิดรอยด่าง
วิธีพ่นสีรถมอไซค์ด้วยสีสเปรย์ด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของทุกคน เพียงแค่ต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นผิวให้สะอาด เรียบเนียน และมีความใจเย็นในการพ่นสีทีละชั้นบางๆ เพื่อให้เนื้อสีเรียงตัวสวยงาม ทนทานต่อการใช้งาน และไม่ลอกล่อนง่าย
นอกจากขั้นตอนและเทคนิคที่ถูกต้องแล้ว ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผลงานพ่นสีรถมอไซค์ของคุณออกมาสวยสมบูรณ์แบบ มีความทนทานต่อสภาพอากาศ เม็ดสีแน่นชัดเจน และพ่นง่ายคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีพ่นที่มีคุณภาพสูง นิปปอนเพนต์(Nippon Paint) ผู้นำด้านนวัตกรรมสีระดับโลก ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สีพ่นรถมอไซค์และสีพ่นซ่อมรถยนต์ชั้นนำ ที่ตอบโจทย์ทั้งช่างมืออาชีพและผู้ที่ต้องการทำสีด้วยตัวเอง ด้วยเนื้อสีที่ละเอียด ยึดเกาะแน่นหนา ให้ความเงางามฉ่ำลึก และคงทนต่อรังสีแดดเมืองไทยได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับใครที่กำลังวางแผนอัปเกรดลุคใหม่ให้รถจักรยานยนต์คันโปรด สามารถเข้าไปเลือกชมเฉดสีและศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์พ่นสีเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นิปปอนเพนต์เดคคอร์ เพื่อให้ทุกงานสีของคุณเป็นเรื่องง่ายและสวยงามยาวนาน
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Careline 02-4631899
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
