
สำหรับคนรักรถจักรยานยนต์ การได้เห็นรถคู่ใจมีสีสันที่สวยงาม เงางามและเรียบเนียนย่อมเป็นความภูมิใจอย่างยิ่ง หลายคนอยากลุกขึ้นมาแปลงโฉมรถด้วยตัวเองแต่กลัวว่าทำออกมาแล้วสีจะเยิ้ม เป็นคลื่นหรือไม่เรียบเนียนเหมือนช่างมืออาชีพปูเสื่อทำ เนื่องจากขาดความเข้าใจในขั้นตอนการพ่นที่ถูกต้อง และที่สำคัญคือการเลือกใช้สีพ่นรถมอไซค์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับเทคนิคการพ่นที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้ผลงานที่เรียบเนียน เงางามและมีความทนทานใกล้เคียงกับงานจากร้านมืออาชีพ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องสี วันนี้เราจะมาเผยความลับการทำสีรถให้เนียนกริบด้วย 7 ขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณสามารถทำตามได้ทันที เพื่อเนรมิตสีใหม่ที่ทนทาน แห้งเร็ว และให้การยึดเกาะที่ดีเยี่ยมบนรถมอไซค์คู่ใจของคุณ
คุณสมบัติที่ดีของสีพ่นรถมอไซค์ควรมีอะไรบ้าง?
- การยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม : ชิ้นส่วนของรถมอเตอร์ไซค์ประกอบไปด้วยวัสดุที่หลากหลาย ทั้งพลาสติก (ABS/PP) และโลหะ สีพ่นที่ดีต้องมีโมเลกุลที่ยึดเกาะกับพื้นผิวเหล่านี้ได้แน่นหนา ไม่หลุดร่อน พอง หรือลอกเป็นแผ่นเมื่อโดนแรงลม ความร้อน หรือแรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่
- ฟิล์มสีมีความยืดหยุ่นสูง : เนื่องจากชิ้นส่วนพลาสติกของมอเตอร์ไซค์ เช่น แฟริ่งหรือบังโอน มักจะมีการบิดตัวหรือยืดหดตัวตามอุณหภูมิและแรงกระแทก สีพ่นที่ดีจึงต้องมีความยืดหยุ่นในตัวสูง ไม่เปราะแตกหักง่ายเมื่อชิ้นส่วนพลาสติกเกิดการบิดงอ
- ทนทานต่อสภาพอากาศ แสงแดดและรังสี UV : มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะที่ต้องจอดตากแดดตากฝนเป็นประจำสีพ่นรถมอไซค์ที่ดีต้องผสมสารป้องกันรังสี UV เพื่อไม่ให้ซีดจาง หมองคล้ำ หรือเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ง่าย และต้องทนต่อความเป็นกรด-ด่างของน้ำฝนรวมถึงคราบเขม่าควันบนท้องถนน
- ทนทานต่อสารเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิง : นี่คือคุณสมบัติที่สำคัญมากสำหรับมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะชิ้นส่วนรอบถังน้ำมัน สีพ่นที่ดีควรทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำมันแก๊สโซฮอล์หรือน้ำมันเบรกในระดับหนึ่ง หากเกิดละอองน้ำมันกระเด็นใส่ขณะเติม สีจะต้องไม่ละลาย พองหรือด่างในทันที
- แห้งเร็วและพ่นง่าย : สำหรับทั้งช่างมืออาชีพและผู้ที่สีพ่นรถมอไซค์เอง สีที่แห้งไวจะช่วยลดโอกาสที่เม็ดฝุ่น ละอองผงหรือแมลงจะปลิวมาเกาะติดบนผิวสีขณะที่สียังไม่แห้ง ทำให้งานออกมาเรียบเนียนฉ่ำเงาได้ง่ายขึ้น
- ให้ความเงางามลึกและเนื้อสีแน่น : เนื้อสีที่ดีต้องมีความเข้มข้นของเม็ดสีสูง พ่นแล้วกลบมิดได้ดี และเมื่อพ่นเคลือบเงาแล้วต้องสามารถสร้างมิติความลึกที่ดูฉ่ำวาว สะท้อนแสงได้สม่ำเสมอ ไม่เป็นคลื่นหรือผิวส้ม
7 ขั้นตอนการใช้สีพ่นรถมอไซค์ให้เรียบเนียนระดับมือโปร
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมพื้นผิว (สำคัญที่สุด)
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการทำความสะอาดชิ้นงานให้ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน จาระบีและสิ่งสกปรกต่าง ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อการยึดเกาะของสี ค่อยๆ ถอดชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ที่ต้องการพ่นออกมาทำความสะอาด หากเป็นชิ้นงานเก่าให้ใช้กระดาษทรายน้ำขัดพื้นผิวเดิมออกเพื่อลบความเงาและสร้างแรงยึดเกาะ หากมีรอยแตกหรือรอยบุบให้ใช้สีโป๊วอุดให้เรียบและขัดแต่งก่อน จากนั้นให้เช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 2 พ่นสีรองพื้นเพื่อการยึดเกาะ
เพื่อป้องกันสีพ่นรถมอไซค์ลอกล่อนในอนาคต ให้พ่นสีรองพื้นเช่น สีรองพื้นเทาหรือสีรองพื้นกันสนิมสำหรับชิ้นส่วนโลหะ โดยพ่นห่างจากชิ้นงานประมาณ 20-30 เซนติเมตร พ่นบางๆ รอให้แห้งสนิท ที่สำคัญคือต้องใช้รองพื้นให้เหมาะกับวัสดุ เพราะชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์มีทั้งเหล็ก พลาสติกและอะลูมิเนียม การใช้รองพื้นที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะของสีและช่วยป้องกันสนิมในกรณีของชิ้นส่วนโลหะ
ขั้นตอนที่ 3 ขัดเรียบหลังรองพื้น
เมื่อสีรองพื้นแห้งสนิทแล้ว ให้ใช้กระดาษทรายละเอียด (เบอร์ 1000 ขึ้นไป) ลูบผิวสีรองพื้นเบาๆ เพื่อกำจัดเม็ดฝุ่นหรือผิวที่ไม่สม่ำเสมอออก จากนั้นเช็ดทำความสะอาดให้แห้งสนิท
ขั้นตอนที่ 4 การพ่นสีพื้น (Ground Coat)
สีพ่นรถมอไซค์กลุ่มสีเมทัลลิกหรือสีประกายมุก มักจะต้องการสีพื้นในการช่วยขับเฉดสีให้โดดเด่น เช่น พ่นสีพื้นด้วยสีเงิน หรือสีขาวก่อนจะพ่นสีจริงตามเฉดที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 5 การพ่นสีจริง (Top Coat)
เขย่ากระป๋องสเปรย์ก่อนใช้งานอย่างน้อยนานประมาณ 1-2 นาทีก่อนเริ่มพ่น เพื่อให้เม็ดสีและตัวทำละลายผสมกันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสีเมทัลลิกที่มีส่วนผสมของเกล็ดประกาย หากเขย่าไม่เพียงพอ อาจทำให้สีออกมาไม่สม่ำเสมอหรือเฉดสีเพี้ยนได้ เมื่อพ่นสีจริงทับลงไป 2-3 ชั้น โดยแต่ละชั้นควรพ่นบางๆ
ควรถือกระป๋องห่างจากชิ้นงานประมาณ 20-30 เซนติเมตร และพ่นด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เพราะการพ่นใกล้เกินไปอาจทำให้สีพ่นรถมอไซค์ไหลเยิ้ม ส่วนการพ่นไกลเกินไปอาจทำให้พื้นผิวหยาบคล้ายผิวส้ม และทิ้งระยะให้สีแต่ละชั้นแห้งหมาดประมาณ 10-15 นาที ห้ามพ่นหนาในรอบเดียวเด็ดขาดเพราะจะทำให้สีเยิ้ม
สิ่งสำคัญคือควรพ่นสีในพื้นที่อากาศถ่ายเทดี มีฝุ่นน้อยและหลีกเลี่ยงการพ่นกลางแดดจัดหรือในช่วงที่มีความชื้นสูง เพราะสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมช่วยให้ สีพ่นรถมอไซค์ แห้งสม่ำเสมอและลดการเกิดตำหนิบนผิวสี
ขั้นตอนที่ 6 พ่นเคลือบเงา (Clear Coat)
หลังจากสีพ่นรถมอไซค์จริงแห้งสนิทดีแล้ว ควรพ่นเคลียร์โค้ทหรือสีเคลือบใสทับอีกชั้น เพื่อสร้างชั้นฟิล์มปกป้องเนื้อสี เพิ่มประกายความเงางามฉ่ำลึก ปกป้องสีจากรอยขีดข่วน และเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศ
ขั้นตอนที่ 7 การตากแห้งและประกอบชิ้นงาน
ทิ้งชิ้นงานไว้ในที่ร่มที่ไม่มีฝุ่นละอองและมีอากาศถ่ายเทสะดวก ปล่อยให้ฟิล์มสีเซ็ตตัวเต็มที่อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนนำชิ้นส่วนกลับไปประกอบเข้ากับตัวรถมอเตอร์ไซค์ สิ่งที่ต้องระวังคือ
ทำไม? จึงควรเลือกสีพ่นรถมอไซค์ นิปปอนเพนต์ ไพแลค 1000

- แห้งไวและยึดเกาะแน่น : ด้วยเทคโนโลยีสีอคริลิกคุณภาพสูง ทำให้สีแห้งเร็ว ประหยัดเวลาทำงาน และลดโอกาสที่ฝุ่นจะมาเกาะติดบนผิวสีขณะยังไม่แห้ง
- เฉดสีตรงรุ่นและหลากหลาย : มีเฉดสีให้เลือกมากมาย ทั้งสีเมทัลลิก สีประกายมุกและสีตรงตามมาตรฐานของค่ายรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำ เช่น Honda, Yamaha ทำให้ได้สีที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์
- ฟิล์มสีทนทาน : ให้ฟิล์มสีที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ทนทานต่อสภาพอากาศในเมืองไทย ไม่ซีดจางง่าย
- ใช้งานง่าย : หัวฉีดสเปรย์ได้รับการออกแบบมาให้กระจายเนื้อสีได้สม่ำเสมอ ละอองฝอยละเอียด ช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วไปพ่นได้เรียบเนียนใกล้เคียงกับการใช้กาพ่นสีของช่างมืออาชีพ
ข้อจำกัดที่ควรรู้เกี่ยวกับสีพ่นรถมอไซค์ นิปปอนเพนต์ ไพแลค 1000
- พื้นที่พ่นครอบคลุมจำกัดต่อกระป๋อง : เนื่องจากเป็นสีสเปรย์บรรจุกระป๋องสำเร็จรูป หากต้องการพ่นรถมอเตอร์ไซค์ทั้งคัน (Big Bike หรือชิ้นส่วนบอดี้ขนาดใหญ่) อาจต้องใช้จำนวนหลายกระป๋อง ซึ่งต้องคำนวณปริมาณให้ดีก่อนเริ่มงาน
- ความทนทานต่อสารเคมีรุนแรง : แม้จะทนทานต่อสภาพอากาศทั่วไปได้ดีเยี่ยม แต่ฟิล์มสีสเปรย์ 1K (ส่วนผสมสำเร็จรูปในกระป๋องเดียว) จะมีความทนทานต่อสารเคมีรุนแรงหรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่หกใส่แช่ไว้นานๆ ได้น้อยกว่าสีระบบ 2K ที่ใช้ในอู่พ่นรถยนต์ขนาดใหญ่
การใช้สีพ่นรถมอไซค์ให้ได้ผลงานเรียบเนียนเหมือนร้านมืออาชีพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเตรียมพื้นผิว การพ่นอย่างถูกวิธี และการดูแลรายละเอียดในทุกขั้นตอน หากปฏิบัติตามทั้ง 7 ขั้นตอนนี้อย่างครบถ้วน ก็จะช่วยให้รถมอเตอร์ไซค์ของคุณมีสีสันสวยงาม เงางามและทนทานต่อการใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยกระดับงาน DIY ให้ดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สีสเปรย์ นิปปอนเพนต์ ไพแลค 1000 สามารถพ่นลงบนชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกของมอเตอร์ไซค์ได้หรือไม่?
คำตอบ: สามารถพ่นได้ แต่หัวใจสำคัญคือการเตรียมพื้นผิวให้ดี หากชิ้นส่วนนั้นเป็นพลาสติกผิวเรียบหรือพลาสติกใหม่ แนะนำให้ขัดกระดาษทรายให้เกิดรอยครูดเล็กน้อย (เพื่อสร้างแรงยึดเกาะ) และหากเป็นไปได้ควรใช้สีรองพื้นสำหรับพลาสติกโดยเฉพาะ (Plastic Primer) ก่อนพ่นสีจริง เพื่อป้องกันปัญหาฟิล์มสีหลุดลอกในระยะยาว
หลังจากพ่นสีเสร็จแล้ว ต้องรอแห้งนานแค่ไหนถึงจะนำรถออกไปขับขี่ได้?
คำตอบ: แม้สีพ่นรถมอไซค์จะมีคุณสมบัติแห้งเร็ว แต่เพื่อให้ฟิล์มสีเซ็ตตัวแข็งและมีความทนทานต่อสภาพอากาศได้ดีที่สุด แนะนำให้ทิ้งชิ้นงานไว้ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนประกอบกลับและนำไปใช้งานจริง ยิ่งปล่อยให้สีเซ็ตตัวนานเท่าไหร่ สีก็จะยิ่งทนทานและเงางามมากขึ้นเท่านั้น
เพื่อผลงานการพ่นสีรถมอเตอร์ไซค์ของคุณ ให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านสีและสารเคลือบที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมสีที่ให้ความสวยงาม ทนทานและใช้งานง่าย เรามีผลิตภัณฑ์สีหลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้งงานตกแต่งบ้าน อาคารและงานพ่นสีเฉพาะทาง อย่างสีพ่นรถมอไซค์ เพื่อตอบโจทย์ทั้งช่างมืออาชีพและผู้ใช้งานทั่วไป
บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง
(ประเทศไทย) จำกัด
101 ม. 3 ซ.สุขสวัสดิ์ 76 ถนนสุขสวัสดิ์
บางจาก พระประแดง สมุทรปราการ 10130
อีเมล : careline@nipponpaint.co.th
FAX : 02 463 2863
TEL : 02 462 5299
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่