
การเลือกใช้สีทาบ้านกันร้อนสามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้จริงอย่างมีนัยสำคัญ โดยนวัตกรรมสีทาบ้านยุคใหม่จะทำงานผ่านเทคโนโลยีผงสีเซรามิกหรือไมโครสเฟียร์ที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนรังสีความร้อนจากแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะรังสีอินฟราเรด ออกไปจากพื้นผิวผนังภายนอกตั้งแต่ด่านแรก ทำให้ความร้อนไม่สะสมและไม่แผ่ทะลุเข้าสู่โครงสร้างคอนกรีตภายในตัวบ้าน ส่งผลให้อุณหภูมิในห้องลดลงได้ประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส (ทั้งนี้ประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิขึ้นอยู่กับสภาพอาคาร วัสดุก่อสร้าง และสภาพแวดล้อมของแต่ละบ้าน) ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ทำให้สามารถประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว
เผยกลไกความร้อน เหตุใดบ้านปูนในเมืองไทยถึงร้อนอบอ้าว
ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นที่ต้องเผชิญกับแสงแดดจัดและรังสีความร้อนเกือบตลอดทั้งปี ปัญหาใหญ่ของบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตหรือบ้านปูนก็คือ คุณสมบัติในการดูดซับและกักเก็บความร้อนสูง เมื่อผนังภายนอกตากแดดเป็นเวลานานในช่วงกลางวัน คอนกรีตจะค่อยๆ สะสมความร้อนเอาไว้ และเมื่อถึงช่วงบ่ายหรือเย็น ความร้อนสะสมเหล่านั้นจะค่อยๆ แผ่รังสีความร้อนเข้าสู่ภายในห้อง ทำให้อากาศในบ้านร้อนอบอ้าว แม้จะเปิดพัดลมก็ยังรู้สึกได้ถึงมวลความร้อนที่ระอุออกมาจากผนัง การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงไม่ใช่แค่การเปิดเครื่องปรับอากาศให้ทำงานหนักขึ้น แต่คือการสกัดกั้นไม่ให้ความร้อนเหล่านั้นเดินทางเข้าสู่ตัวบ้านตั้งแต่แรก
เจาะลึกเทคโนโลยีสีทาบ้านกันร้อน ทำไมถึงสะท้อนความร้อนได้
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เพียงแค่การทาสีเคลือบบนผนังหนาไม่กี่ไมครอน จะสามารถต่อสู้กับความร้อนของแสงอาทิตย์ได้อย่างไร คำตอบอยู่ที่การใส่ใจในนวัตกรรมสารตั้งต้นและผงสีพิเศษที่อยู่ภายในเนื้อสี ซึ่งแตกต่างจากสีทาบ้านทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
1. เทคโนโลยีสะท้อนรังสีความร้อน (Solar Reflective Index: SRI)
แสงแดดที่ส่องลงมายังโลกประกอบด้วยรังสีหลายชนิด แต่รังสีที่หอบเอาความร้อนมามากที่สุดคือรังสีอินฟราเรด (Infrared) สีทาบ้านประเภทกันความร้อนจะมีการผสมผสารอนุภาคพิเศษ เช่น เซรามิกโค้ตติ้ง หรือสารสะท้อนความร้อนขั้นสูง ที่ทำหน้าที่เสมือนกระจกเงาบานเล็กๆ นับล้านบาน คอยสะท้อนรังสีอินฟราเรดกลับออกไปสู่อากาศทันทีที่ตกกระทบผิวผนัง โดยผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียมในปัจจุบันสามารถสะท้อนความร้อนออกไปได้สูงกว่า 95% เลยทีเดียว
2. นวัตกรรมไมโครสเฟียร์เซรามิก (Ceramic Microspheres)
ภายในเนื้อสีจะมีลักษณะเป็นอนุภาคทรงกลมกลวงขนาดเล็กมาก ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน ช่องว่างสัญญากาศภายในทรงกลมนี้จะช่วยสกัดกั้นและชะลอการส่งผ่านความร้อน ไม่ให้ความร้อนส่วนน้อยที่เหลือจากการสะท้อน ซึมผ่านฟิล์มสีเข้าสู่ผนังคอนกรีตได้ง่าย
3. คุณสมบัติการคลายความร้อน (Thermal Emittance)
นอกเหนือจากการสะท้อนและกันความร้อนแล้ว ฟิล์มสีกันร้อนที่ดีเยี่ยมจะต้องมีความสามารถในการคลายความร้อนที่ตกค้างบนพื้นผิวได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงที่แดดร่มลมตกหรือในเวลากลางคืน ผนังบ้านที่ทาสีกันร้อนจะเย็นลงเร็วกว่าผนังที่ทาสีทั่วไป ทำให้บ้านไม่เก็บความร้อนข้ามคืน
ดูสินค้าสีทาบ้านกันร้อนเพิ่มเติมได้ที่ : https://weatherbond.nipponpaintdecor.com/
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของสีทาบ้านในการลดความร้อน
แม้ว่าสีกันความร้อนจะมีประสิทธิภาพสูง แต่การที่จะทำให้บ้านเย็นลงได้อย่างสูงสุดนั้น ยังคงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบร่วมอื่นๆ ที่เจ้าของบ้านควรพิจารณา ดังนี้
- เฉดสีที่เลือกใช้:เรื่องของโทนสีมีผลต่อการดูดซับความร้อนตามหลักวิทยาศาสตร์ สีโทนอ่อน เช่น สีขาว สีครีม หรือสีเทาอ่อน จะมีความสามารถในการสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าสีโทนเข้ม เช่น สีน้ำตาลเข้ม หรือสีดำ ดังนั้น หากเลือกใช้สีทาบ้านกันร้อนที่เป็นเฉดสีอ่อน ประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
- การเตรียมพื้นผิวก่อนทาสี:การยึดเกาะของฟิล์มสีมีผลต่อความคงทนและประสิทธิภาพ หากผนังเดิมเสื่อมสภาพ เป็นฝุ่นผง หรือมีความชื้นสะสม แล้วทาสีกันร้อนทับลงไปโดยไม่ได้เตรียมผิวอย่างถูกต้อง ฟิล์มสีอาจลอกล่อนหรือโป่งพอง ทำให้สารสะท้อนความร้อนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
- การปกป้องส่วนอื่นๆ ของบ้าน:การทาสีผนังเป็นการป้องกันความร้อนจากทางด้านข้าง แต่ความร้อนส่วนใหญ่กว่า 40-50% มักลงมาจากทางหลังคา การทำบ้านให้เย็นอย่างครบวงจรจึงควรควบคู่ไปกับการติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา และการเลือกใช้สีทาหลังคาที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนร่วมด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสีทาบ้านกันร้อน
สีทาบ้านกันร้อนสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์?
จากการทดสอบและวิจัยในห้องปฏิบัติการรวมถึงการใช้งานจริง พบว่าการที่อุณหภูมิภายในบ้านลดลงทุกๆ 1 องศาเซลเซียส จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศลดการทำงานและประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 10% ดังนั้น บ้านที่ทาสีกันร้อนคุณภาพสูงรอบตัวบ้าน จึงมีโอกาสช่วยลดค่าไฟจากเครื่องปรับอากาศลงได้ตั้งแต่ 20-30% ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องและระยะเวลาการเปิดใช้งาน
สีกันความร้อนภายนอก มีอายุการใช้งานยาวนานแค่ไหน สีจะเสื่อมสภาพเร็วไหม?
สีกันความร้อนในกลุ่มพรีเมียมมักจะถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูงเป็นพิเศษควบคู่ไปด้วย โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10-15 ปี เนื่องจากมีสารอะคริลิกเรซินที่แข็งแรง ช่วยปกป้องฟิล์มสีจากรังสี UV ไม่ให้เนื้อสีซีดจางหรือเป็นฝุ่นผงง่าย
ถ้าทาสีกันร้อนเฉพาะภายในบ้าน จะช่วยให้บ้านเย็นลงได้เหมือนกันไหม?
การสกัดกั้นความร้อนที่ดีที่สุดต้องทำจากภายนอกอาคาร (ทาสีภายนอก) เพื่อไม่ให้ความร้อนวิ่งเข้าสู่โครงสร้างปูน หากปูนร้อนแล้วต่อให้ทาสีกันร้อนภายใน ความร้อนก็ยังคงสะสมอยู่ในผนังและแผ่ออกมาอยู่ดี อย่างไรก็ตาม การทาสีภายในที่มีคุณสมบัติช่วยกระจายแสงและไม่สะสมความร้อน ก็สามารถช่วยเสริมให้ห้องปรับอากาศเย็นเร็วขึ้นได้
การเลือกใช้สีทาบ้านกันร้อนไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสการตลาด แต่เป็นนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดอุณหภูมิที่พื้นผิวผนังและภายในตัวอาคารได้จริง ช่วยเปลี่ยนบ้านที่เคยร้อนอบอ้าวให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เย็นสบาย พร้อมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้อย่างเห็นผลในระยะยาว
เพื่อการปกป้องบ้านจากความร้อนอย่างมืออาชีพและยั่งยืน นิปปอนเพนต์(Nippon Paint) ได้มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมสีทาบ้านภายนอกเกรดพรีเมียมอย่าง Nippon Paint Weatherbond ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสะท้อนความร้อนขั้นสูง ช่วยสะท้อนรังสีแสงอาทิตย์ออกไปจากตัวบ้านได้อย่างดีเยี่ยม เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติความทนทานต่อทุกสภาวะอากาศ ป้องกันปัญหาสีลอกล่อน คราบด่าง และเชื้อรา ช่วยให้บ้านของคุณดูสวยงามสดใสยาวนานและมีสภาวะน่าอยู่ สบายกายสบายใจในทุกฤดูกาล สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบ้านร้อนให้เป็นบ้านเย็น
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Careline 02-4631899
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่